Company


ดร.สมชาย หัชลีฬหา

ประธานกรรมการบริหาร
บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
“สวัสดีครับทุกท่าน กระผมในฐานะตัวแทนบริษัท ขอต้อนรับเข้าสู่ ธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ ครับสำหรับความคาดหวังในสังคมนี้ กระผมเชื่อ เหลือเกินว่ายังมีผู้คนในสังคมอีกมากมายที่ต้องการความมั่นคงและมีชีวิต ที่ดีขึ้น สำหรับความตั้งใจของจอย แอนด์ คอยน์ เรามีความเชื่อเหลือเกิน ว่าวันนี้การสร้างสังคมที่เป็นปึกแผ่นได้จะต้องมาจากการมีเครื่องมือที่ดี ที่ทำให้ผู้คนสามารถที่จะเข้าสู่ความมั่นคงอย่างแท้จริงได้จากอาชีพที่ มั่นคง วันนี้กระผมภูมิใจกับสิ่งที่เราได้สร้างมาตลอดระยะเวลา 12 ปี กับ สิ่งเหล่านี้ที่อยากให้เกิดขึ้นในสังคม ดั่งสโลแกนที่ว่า “โอกาสทางอาชีพ ที่เป็นไปได้ ทำง่าย และมั่นคง” ทุกท่านครับ กระผมได้เรียนรู้ถึงความคาดหวัง และความ...
more

ดร.กฤตภัค หัชลีฬหา

รองประธานกรรมการบริหาร
บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
สวัสดีค่ะ สมาชิกครอบครัว จอย แอนด์ คอยน์ ทุกท่าน ขอต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งสุขภาพและความมั่นคง บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นบริษัทขายตรงของคนไทยที่ได้จดทะเบียนรับใบอนุญาตจาก สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมาตั้งแต่ 6 ธันวาคม 2545 และยืนหยัดอย่างสร้างสรรค์มาจนถึง ปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจเครือข่ายของบริษัท มุ่งให้นักธุรกิจอิสระเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ (Stakeholder) ถือว่าเป็น เจ้าของร่วมกัน มอบผลประโยชน์ยุติธรรม โปร่งใส จึงสร้างความเชื่อมั่นให้บริษัทเจริบเติบโตอย่างมั่นคง โดย นำนวัตกรรมเครือข่าย “JC Shop ขายตรงสะดวกซื้อ” ที่แปลงรายจ่ายเป็นรายรับ พร้อมกับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคมาเป็นนักธุรกิจอิสระ มืออาชีพ...
more

นายอนุวัฒน์ ธรมธัช

รองประธานกรรมการบริหาร
บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท จอยมาร์ท จำกัด
กระผมมีความยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) ซึ่งเป็นบริษัทขายตรง ของคนไทย ได้เจริญก้าวหน้าประสบความสำเร็จอย่างมั่นคง เป็นผลที่ เกิดจากการทุ่มเทกำลังกาย กำลังสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ และ คุณธรรมของท่านประธานบริษัท “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” J&C ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างมั่นคงมาเป็นลำดับ และมาอยู่ใน ระดับแถวหน้าของบริษัทขายตรงของคนไทย อาจจะพูดได้ว่า เป็นบริษัท ขายตรงที่เติบโตสูงที่สุดของบริษัทขายตรงของคนไทยก็ว่าได้ ทั้งนี้เป็น ผลมาจากการที่บริษัทนั้นได้วางระบบ ได้ทุ่มเทการทำงานโดยเฉพาะ อย่างยิ่งท่านประธานได้คิดค้นเทคโนโลยีนวัตกรรมทางการขายจนได้รับ รางวัลจาก ฯพณฯ ท่านนายก...
more

พล.ต.ต.สุชาติ กาญจนวิเศษ

รองประธานกรรมการบริหาร
บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
หลังจากกระผมได้เกษียณอายุราชการจากสำนักงานตำรวจ แห่งชาติแล้ว ก็ได้เข้ามาสู่ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) โดยท่าน “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ประธานกรรมการได้เชิญให้มา เป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัท ซึ่งมีหลายๆ ส่วนที่ได้ให้คำปรึกษาแนะนำไป ไม่ว่าจะเป็นข้อที่ เกี่ยวกับกฎหมาย เกี่ยวกับความมั่นคงของ ผู้ประกอบ ธุรกิจก็ดี ดังนั้นกระผมมีความมั่นใจว่าบริษัทจอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นบริษัทขายตรงและสะดวกซื้อ หรือบริษัทที่ทำธุรกิจแบบเครือข่ายที่ได้ผลดีอย่างยิ่ง และ ณ วันนี้บริษัทเติบโตขึ้นมา เป็นปีที่ 12 แล้ว ก็ด้วยความมุ่งมั่นในการตลาดในรูปแบบนี้ ขณะเดียวกัน ก็มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพอย่างแ...
more


video



2555-2556 ตอกย้ำความกล้าแกร่งในทุกมิติ

ตลอดปี 2555 จวบจนย่างก้าวสู่ปี 2556 สำหรับ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) นั้นเรียกได้ว่าเป็นการตอกย้ำถึงความกล้าแกร่งในทุกมิติ ซึ่งเห็นได้จากการไต่ระดับยอดขายในปี 2555 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 2,400 ล้านบาท ในขณะที่ยอดสมาชิกนักธุรกิจใหม่ก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% โดยคิดเฉลี่ยเพิ่มขึ้นต่อเดือนสูงกว่า 13,000 คน เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีตัวเลขเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเดือนละ 8,000-9,000 คน โดยเฉพาะในช่วงท้ายๆของปี 2555 ก็จะยิ่งได้เห็นอัตราการขยายตัวของสมาชิก นักธุรกิจใหม่ จอย แอนด์ คอยน์(J&C) ที่ดีดตัวสูงขึ้นไปถึง 15,000 คนต่อเดือน หรือหากคิดยอดสมาชิกใหม่รวมตลอดทั้งปีก็น่าจะมากกว่า 200,000 คนเลยทีเดียว เช่นเดียวกับความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมของ จอย แอนด คอยน์ (J&C) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) นั้นก็ได้คุณมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ เมย์ แบงก์ กิมเอง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นที่ปรึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมอย่างเป็นรูปธรรมควบคู่ไปกับการดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ อย่างเช่น ในเบื้องต้นที่บริษัทได้เพิ่มในส่วนของทุนจดทะเบียนบริษัทจาก 150 ล้านบาทในปี 2555 และคาดว่าในปี 2556 นี้จะเพิ่มทุนจดทะเบียนรวมเป็น 250 ล้านบาท นอกจากนี้ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ยังวางเป้าหมายในการเพิ่มทุนจดทะเบียนโดยรวมก่อนเข้าตลาดทุนให้ได้ในระดับ 400-500 ล้านบาท ซึ่งนั่นหมายถึงการมีเป้าหมายในตลาดใหญ่อันจะนำไปสู่ภาพลักษณ์ความมั่นคงทางธุรกิจที่มากยิ่งขึ้น และนอกเหนือจากภาพความสำเร็จทั้งหมดของ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ที่ได้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ด้วยความรู้ความสามารถที่เหลือล้นของ “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ที่มีส่วนร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้ก้าวล้ำนำหน้ามาโดยตลอดภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอแนวคิดแนวทางสู่การวางรากฐานความแข็งแกร่งให้เกิดขึ้นกับทั้งอุตสาหกรรม ดดยมีรางวัลการันตรีถึงความเป็นนักบริหารแถวหน้าของ “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ผุ้เป็นหัวเรือใหญ่ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งจากภายในภายนอกวงการ อาทิ การได้รับรางวัล “บุคคลคุณภาพแห่งปี” ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน จากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) ประกอบไปด้วย รางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2010 รางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2011 ภาคธุรกิจพาณิชย์ และรางวัลบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ ที่ได้รับไปเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2555 โดยมี ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นประธานในการมอบรางวัลดังกล่าว ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ รวมถึงการที่สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย(สว.นท.) และสมาชิกสื่อมวลชนเครือข่ายองค์กรสมาคมชมรมทั่วประเทศได้คัดเลือกให้ ดร.สมชาย หัชลีฬหา เข้ารับรางวัลบุคคลแบบอย่าง “คนดี คิดดี สังคมดี ตามรอย พระยุคลบาท” ประจำปี 2556 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ประจำปี 2556 เมื่อวัน จันทร์ ที่ 28 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนวิถาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

2554-ก้าวปัจจุบันของผู้นำแถวหน้าขายตรงไทยสู่ก้าวอนาคตกับความเป็น “บริษัทมหาชน” ในตลาดทุน

ภาพความมั่นคงและยั่งยืนของ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) นับจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ก็คงปรากฏให้เห็นความเด่นชัดมากขึ้นทุกปี รวมถึงในปี 2554 ซึ่งถือเป็นปีแห่งการ เตรียมความพร้อมสู่อนาคตในอีก 3 ปีข้างหน้ากับการขับเคลื่อนบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอไอ (MAI) เป็น “บริษัทมหาชน” ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ในขณะที่หลักเกณฑ์เบื้องต้นสำหรับการพิจารณานำบริษํทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯดังกล่าวจะต้องมีทุนมากกว่า 300 ล้านบาทรวมทั้งต้องมีกำไรแต่ล่ะปีไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท และมียอดขายโดยรวมมากกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับความสำเร็จของ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ที่จะขยับก้าวไปถึง ณ จุดนั้นได้โดยไม่ยาก ทั้งดูได้จากยอดขายโดยรวมที่ยังคงไต่ระดับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะในปี 2554 นี้น่าจะปรากฏตัวเลขยอดขายโดยรวมมากกว่า 2,000 ล้านบาทอีกด้วยเช่นกัน ควบคู่ไปกับการปูรากฐานความแข็งแกร่งและความพรั่งพร้อมไว้รองรับอย่างมกมาย โดยเฉพาะการซื้อที่ดินแปลงล่ะไม่ต่ำกว่า 2 ไร่สำหรับขยายสาขาในจังหวัดต่างๆ อาทิเช่น ขอนแก่น, พิษณุโลก, หาดใหญ่, ตรัง, นครศรีธรรมราช, อุดรธานี และปัตตานี เป็นต้น เพื่อพัฒนาให้ธุรกิจมีความทันสมัยและใหญ่กว่าเดิมโดยบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนทั้งหมดด้วยงบลงทุนต่อสาขาในแต่ล่ะจังหวัดไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาทเลยทีเดียว และที่สำคัญกว่านั้นคือ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้องการณ์ไกลอย่าง “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการผลักดันธุรกิจให้ก้าวไปสู่ความเป็น “ห้างขายตรง” มาโดยตลอด ภายใต้แนวทางการพัฒนาธุรกิจโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่เหนือชั้น และเหนือกว่าห้างสรรพสินค้าทั่วไป เพราะนอจากลูกค้าผู้บริโภคจะสามารถเข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์สินค้ามากมายไปอุปโภคบริโภคได้แล้วยังสามารถเปลี่ยนรายจ่ายให้มาเป็นรายรับ รวมทั้งมีผลตอบแทนให้กับผู้แนะนำคนอื่นให้ได้รับโอกาสเข้ามาสู่ระบบเครือข่ายอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้ามากมายมากกว่า 10,000 รายการ และการมีระบบบริหารจัดการภายในขึ้นมารองรับให้กับพนักงาน บุคลากรทั้งองค์กรได้พัฒนาศักยภาพความรู้ด้วยการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมาและตลอดไป รวมไปจนถึงการพัฒนารูปแบใหม่ทางการตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ โดยการนำเอา “จอยมาร์ท (JOINMART)” และ “จอย แอนด์ คอยน์ (J&C)” มาผสมผสานทั้งเฮ้าส์แบรนด์และผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคมารวมกัน ก่อนขยับก้าวต่อไปสู่การเป็น “ซุปเปอร์สโตร์” อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกับการพัฒนาการสร้างองค์กรอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อก้าวไปสู่ความเป็น “บริษัทมหาชน” ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของ “จอย แอนด์ คอยน์ (J&C)” ที่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

2553-บทพิสูจน์ที่ยังคงก้าวทะยานบนเส้นทาง “ผู้สร้างอาชีพที่มั่นคง”

เช่นเดียวกับความสำเร็จในปี 2553 ของ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) ซึ่งยังคงได้รับการการันตีในฐานะ “ผู้สร้างอาชีพที่มั่นคง” อีกหนึ่งรางวัลที่ได้รับจาก ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีและชมรมผู้สื่อข่าว นับรวมถึงภาพความสำเร็จที่ต่อเนื่องจากปี 2552 จากการขยับขยายการลงทุนสู่ต่างประเทศ ด้วยการปรับธงรบตลาดขายตรงที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งว่ากันว่าเป็นการขยายตลาดต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบของขายตรงสัญชาติไทย เพราะมาเลเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพในธุรกิจขายตรง และเพื่อรองรับการเติบโตอีกหนึ่งก้าวกระโดดของ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และรวมไปถึงการเตรียมเปิดสาขาต่างประเทศเพิ่มอีก 3 แห่ง ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม และจีน เป็นเป้าหมายต่อไป อย่างไรก็ดีเป้าหมายในการรุกคืบตลาดทั้ง 3 ประเทศที่กล่าวมานี้ถือเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูงโดยเฉพาะตลาดที่ประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่แต่มีข้อจำกัดในเรื่องข้อห้ามทางกฏหมายว่าด้วยการประชุมหรือชุมนุมกันไม่ได้ดังนั้นรูปแบบในการขยายตลาดจึงจะเป็นการขยายในรูปแบบของ อี คอมเมิร์ส เป็นลักษณะร่วมทุน (Joint Venture) ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการหาพาร์ทเนอร์มาร่วมธุรกิจในอีกสเต็ปหนึ่งต่อไป นอกจากนี้ “จอย แอนด์ คอยน์ (J&C)” ยังเป็นหัวเรือใหญ่ในการผลึกกำลังความร่วมมือกับบริษัทขายตรงเพื่อร่วมกันจัดตั้ง “สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย (TSDA)” ขึ้นมา และถือเป็นหนึ่งในสมาคมฯที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมขายตรงไทย ซึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสมาคมฯเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาขายตรงของไทยให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและภาครัฐ ส่งเสริมและสนับสนุนสมาชิกดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส และเพื่อปกป้องสิทธิ์ของบริษัทสมาชิกกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งทางด้านกฏหมายและอื่นๆ

2552-ปีแห่งรีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่จุดกำเนิด “จอย แอนด์ คอยน์”

เป็นอีกหนึ่งปีของ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ทเวิร์ค จำกัด ที่ต้องจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ จากการรีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่พร้อมกับจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น “บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ J&C” เพื่อให้บริษัทและสินค้ามีความเป็น “อินเตอร์แบรนด์” มากขึ้นรวมถึงการสรรสร้างแบรนด์ใหม่ J&C ให้เป็นเหมือนการเชื่อมโยงระหว่างค้าปลีก ค้าส่ง ขายตรงและอี-คอมเมิร์ซ ที่หลอมรวมเป็นหนึงเดียวกันได้อย่างลงตัว และเพื่อเป็นการยกระดับแบรนด์ให้ก้าวไปสู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้นอีกด้วย สำหรับที่มาของชื่อบริษัทใหม่ในนาม บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) นั้นมาจากการผสมผสานระหว่าคำว่า จอย ซึ่งหมายถึง “จอยมาร์ท” และคำว่า คอยน์ ก็หมายถึง เจริญโอสถฯ นั่นเอง เช่นเดียวกับกลยุทธ์ของ เจริญโอสถฯในนามใหม่ “จอย แอนด์ คอยน์” ตลอดปี 2552 ก็ยังคงให้น้ำหนักกับการสร้างความน่าเชื่อถือในความมั่งคงให้เป็นที่ปรากฏต่อสายตาทุกคน รวมถึงการต่อยอดความสำเร็จจากสิ่งที่บริษัทได้ดำเนินการมาควบคู่ไปกับการนำเสนอสิ่งใหม่ๆที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคตได้อย่างน่าชื่อขม เพราะไม่เพียงแต่จะพยายามสรรหาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความแตกต่างเข้ามาเพิ่มและสร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้นแล้วยัจะนำเสนอกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพของบริษัทให้เห็นควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะการขยายสาขาร้านขายตรงสะดวกซื้อ (JOINMART) จากปัจจุบันที่มีอยู่มากกว่า 30 แห่งทั่วประเทศรวมถึงการพัฒนาปรับปรุงสาขาของเจริญโอสถฯให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และจากการพัฒนาตัวเองที่มีให้เห็นตลอดเส้นทางในทุกอย่างก้าวนี้เองจึงทำให้บริษัทได้รับรางวัล “นวัตกรรมการตลาด ขายตรงแนวใหม่ ขายตรงสะดวกซื้อ (JOINMART) รายแรกของไทย” จาก ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี และสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย อย่างสมภาคภูมิ

2551-ครบรอบปีที่ 6 กับก้าวทะยานของห้างขายตรงสะดวกซื้อ

เพราะด้วยภาพความเป็นธุรกิจขายตรงไบนารี่ที่มักถูกมอง “เชิงลบ” มาตลอดโดยเฉพาะเรื่องความไม่มั่นคงและไม่มีการพัฒนาเมื่เทียบกับธุรกิจขายตรงในระบบสแตร์สเต็ปโดยทั่วไป ซึ่งจากจุดนี้เองจึงเป็นเสมือนแรงผลักดันสำคัญให้ เจริญโอสถไม่หยุดนิ่งกับการพัฒนาและคิดค้นหาสิ่งใหม่เข้าสู่องค์กรเพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นการสร้างภาพใหม่มุมมองใหม่ให้เกิดภาพพจน์ที่ดีกับธุรกิจขายตรงไบนารี่เมืองไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะในปี 2551 ซึ่งเป็นปีที่ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ทเวิร์ค ครบรอบปีที่ 6 กับการก้าวทะยานสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคงพร้อมกับความสมบูรณ์ที่พร้อมให้บริการสำหรับ “MLM Convenient Store ห้างขายตรงสะดวกซื้อ” อย่างเป็นทางการ ภายใต้แบรนด์ “จอยมาร์ท (JOINMART)” ที่เข้ามาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจเครือข่ายให้เติบโตได้อีกทางหนึ่งในลักษณะการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทำให้ต้นทุนต่ำลงและสามารถจ่ายคอมมิชชั่นได้มากขึ้นอีกทั้งยังได้ผนึกกำลังกับบริษัทประกันภัยและประกันชีวิตชั้นนำมากกว่า 10 บริษัทเพื่อเพิ่มช่องทางให้สมาชิก และนำระบบ M-pay มาใช้กับระบบเครือข่ายโดยร่วมกับเอไอเอส และเพิ่มสาขา “จอยมาร์ท (JOINMART)” อีกเป็นจำนวนกว่า 38 แห่งเพื่อเพิ่มศักยภาพและความมั่นใจกับผู้บริโภคตลอดจนสมาชิกได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกับรูปธรรมที่ปรากฏออกสู่สายตาสาธารณชนก็เริ่มทยอยมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นเป็นเพราะความพรั่งพร้อมในทุกๆด้านของ MLM Convenient Store ห้างขายตรงสะดวกซื้อ “จอยมาร์ท (JOINMART)” ที่ได้ตระเตรียมไว้อย่างครบเครื่อง ทั้งความแข็งแกร่งในการสร้างแบรนด์, การมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย, การมีแผนการตลาดที่เหนือชั้น และการมีระบบต่างๆไว้รองรับอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อให้ทุกผลิตภัณฑ์ทุกบริการสามารถซื้อขายผ่านระบบได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นระบบอี-คอมเมิร์ซ, ระบบออนไลน์ รวมไปจนถึงการมีสาขาและมีกระบวนการพัฒนาฝึกพนักงานให้ทำงานตามแบบฉบับของร้านขายตรงสะดวกซื้อได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ดีหากนับรวมตลอดช่วง 6 ปีของเจริญโอสถฯ ที่ได้ซุ่มสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเริ่มต้นในการออกแบบแผนการตลาดก็เริ่มจากการใช้แผนสร้างคน จากนั้นจึงมาพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องรวมถึงการสรรหาสินค้าเข้ามาให้เกิดความหลากหลายและครบทุกหมวดหมู่สินค้าหลักของขายตรง ตามด้วยการสร้างสาขาเพื่อรองรับควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านไอที ซึ่งเห็นได้จากสาขาของ “จอยมาร์ท (JOINMART)” ที่สามารถออนไลน์ได้ทุกสาขานั้นเป็นเพราะการกำหนดตัวเองตามแนวทางที่วางไว้ในการเป็นขายตรงสะดวกซื้อ ซึ่งต้องเป็นความสะดวกที่ลูกค้าจะซื้ออะไรก็ได้ ณ ที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ก็สามารถออนไลน์ถึงกันได้หมด และทั้งหมดนี้คือ ภาพความไม่ธรรมดาของ MLM Convenient Store ห้างขายตรงสะดวกซื้อ “จอยมาร์ท (JOINMART)” ที่แตกต่างจากที่อื่นอย่างสิ้นเชิง

2550-ตอกย้ำความเหนือชั้นที่กล้าแกร่งผนึกพลังความร่วมมือพันธมิตรธุรกิจชั้นนำ>

แม้ภาพความสำเร็จของเหล่าบรรดาสมาชิกจะยังคงถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ “บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ทเวิร์ค จำกัด” ก็ไม่ได้หยุดนิ่งที่พัฒนาองค์กรเพื่อให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้นำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้อย่างเป็นระบบไม่ว่าจะเป็น E-Business ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อขยายธุรกิจให้เป็นวงกว้างมากขึ้น การนำระบบ E-Business (อี-บิสซิเนส) มาต่อยอดในการทำธุรกิจ “เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ทเวิร์ค” ถือเป็นบริษัทขายตรงรายแรกๆ ของวงการขายตรงเมืองไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นผลดีในการทำธุรกิจแล้ว ยังช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับสมาชิก เพราะเมื่อสั่งซื้อสินค้าแล้วสามารถเลือกที่จะไปรับสินค้าที่ใดก็ได้ด้วย นอกจากนี้จากวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลของ “ดร.สมชาย” ที่ต้องการจะเพิ่มช่องทางในการทำตลาดให้กว้างขึ้น บริษัทยังได้จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจไม่ว่าจะเป็น บริษัท ไอ.ซี.ซี อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัทในเครือสหพัฒน์กรุ๊ป และบริษัท ยูสตาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อนำสินค้าที่ดีมีคุณภาพกว่า 1,000 รายการเข้ามาจำหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ ของบริษัท ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจของสมาชิกได้อีกทาง

2549-ยุคทอง “เจริญโอสถ” ยกระดับขายตรงอินเตอร์

หลังจากปูฐานความสำเร็จจนก้าวเข้าสู่ยุคทองของ “บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” ขายตรงสัญชาติไทย จนก้าวขึ้นมาผงาดในวงการขายตรงเมืองไทย และพร้อมจะเปลี่ยนผ่านเพื่อก้าวไปสู่บริษัทขายตรงระดับดินเตอร์ และบริษัทพร้อมแล้วกับการแข่งขันในตลาดระดับสากล โดยเปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนโลโก้ใหม่ภายใต้ชื่อ “บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ทเวิร์ค จำกัด” ซึ่งการปรับเปลี่ยนภาพ ลักษณ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อแข่งขันกับบริษัทขายตรงข้ามชาติจากทุกประเทศ ไม่เพียงเท่านี้บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่พัฒนาการตลาดแบบไม่หยุดยั้ง ด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งการขยายสาขาธุรกิจเพื่อรองรับกับจำนวนสมาชิกที่เข้ามา และสร้างความมั่นคงของบริษัทโดยบริษัทยังคงคอนเซ็ปต์เปลี่ยนทุกรายจ่ายให้กลับมาเป็นรายรับของสมาชิก ขณะเดียวกันบริษัทยงัคงมุ่งมั่นที่จะสร้างพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนไทยต่อไป

2548-จุดเริ่มต้น “จอยมาร์ท” New Solution สำหรับ MLM

เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าทึ่ง!!! อีกเช่นกันกับก้าวแห่งการพัฒนาที่ก้าวกระโดดขึ้นไปอีกระดับหนึ่งของ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จากการพัฒนาการตลาดและขยายธุรกิจเพื่อสร้างีรายได้ให้กับคนไทย โดยก่อตั้ง “บริษัท จอยมาร์ท จำกัด” ขึ้นมารองรับภายใต้ร้านสะดวกซื้อ “จอยมาร์ท (JOINMART)” ซึ่งแม้ไม่ใช่เรื่องง่ายดายที่จะทำให้คนเข้าใจหรือยอมรับได้โดยทันที โดยเฉพาะความเป็นโมเดลใหม่ของธุรกิจขายตรงสะดวกซื้อ “จอยมาร์ท (JOINMART)” ที่เกิดขึ้นท่ามกลางข้อสงสัยในความเป็นไปได้ว่าจะสามารถเป็นไปได้จริงมากน้อยเพียงใด เนื่องจากเป็นภาพที่แตกต่างจากการขายตรงในยุคนั้นอย่างสิ้นเชิง แต่อย่างไรก็ดีด้วยกระบวนการทำงานที่มี บิสซิเนส โมเดล (Business Model) วางไว้อย่างเป็นขั้นตอน และแต่ละตอนก็มีเรื่องราวของการวิจัยเข้ามาซับพอร์ตจึงทำให้ทุกอย่างเริ่มปรากฏผลลัพธ์แห่งความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ และหนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของขายตรงสะดวกซื้อ “จอยมาร์ท (JOINMART)” นั่นก็คือ รูปแบบการทำตลาด(Marketing Approach) ที่เน้นการนำเสนอในสิ่งที่ลูกค้าปฏิเสธไม่ได้ หรืออาจกล่าวได้ว่า ขายอะไรก็ได้ที่ลูกค้าต้องการเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะอย่างไรทั้งหมดนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็น “New Solutions สำหรับ MLM” โดยเฉพาะคำว่า Solutions ในวันนี้ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องของสินค้า, ความพร้อมของผู้จำหน่ายอิสระ, ความพร้อมของผู้ประกอบการ หรือมีเพียงแผนการตลาดที่ดีเท่านั้น เพราะ Solutions ที่ว่านี้จะเติมเต็มให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้จำเป็นต้องค้นหาให้เจอด้วยว่า ลูกค้าต้องการอะไร และ Solutions ที่ดีที่สุดก็คือ การมีสิ่งที่บลูกค้าต้องการและไม่ปฏิเสธ ซึ่งตรงนี้นี่เองที่ถือเป็นความเชื่อมั่นในการผลักดันให้ธุรกิจโตแบบยั่งยืน หรือที่เรียกว่า Sustainable Growth ได้ในที่สุด

2546-2547 ก้าวแห่งการพัฒนาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ถือเป็นก้าวแห่งการพัฒนาที่ไม่เคยหยุดนิ่งสำหรับ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยเฉพาะการสร้างสีสันใหม่ๆด้วยสไตล์การทำตลาดที่เต็มที่ไปด้วยลูกเล่นแพรวพราว ทำให้สามารถเรียกความสนใจและแย่งชิงพื้นที่บนหน้าหนังสือพิมพ์ได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในส่วนของการส่งเสริมการตลาดควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมต่างๆมากมาย เช่น การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน, การจัดงานประกาศเกียรติคุณ MDP การจัดพิธีอุปสมบทหมู่ในวันแม่แห่งชาติและวันพ่อแห่งชาติ, การจัดรายการโทรทัศน์ “รักขาย รักษ์สุขภาพ” การจัดสัมนาต่างประเทศ และอื่นๆ เพื่อเป็นการพัฒนาองค์กรของบริษัทฯอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปี 2547 ที่ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้ผสานความร่วมมือรวมพลังขยายธุรกิจโดยการจัดสัมนาชมรมนักธุรกิจขายตรงไทยซึ่งมี “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” นั่งแท่นเป็นประธานชมรมฯ ตลอดจนการจัดโครงการร่วมกับ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ในชื่อโครงการ “เติมบางจากทั่วไทย เติมรายได้กับบริษัทเจริญโอสถ” เป็นต้น นอกเหนือจากแนวทางการพัฒนาทางการตลาดที่กล่าวมาทั้งหมด อีกสิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จากผู้เป็นมันสมองชั้นเลิศ อย่าง “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” นั้นก็คือ การให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการเป็นนกน้อยที่ทำรังแต่พอตัว ค่อยๆทำ ค่อยๆสร้าง และพยายามสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นเพื่อฉายภาพความมั่นคงของบริษัทฯให้สมาชิกรวมถึงทุกคนได้เห็นได้เชื่อมั่นในการก้าวเข้ามาร่วมธุรกิจกับเจริญโอสถฯ และดูเหมือนว่าทุกอย่างก็เป็นไปในทิศทางที่ดีดั่งว่าไว้จริงๆเมื่อ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้รับเลือกเป็นองค์กรดีเด่นที่สนับสนุนให้มีเครือข่ายธุรกิจสร้างรายได้ และเครือข่ายการสร้างคนดี พร้อมกับได้รับรางวัลพระราชทาน “รางวัล เทพทอง” ประจำปี 2546 จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งนอกจากจะเป็นรางวัลสูงสุดที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับทั้งองค์กรอย่างเหนือคำบรรยายแล้วยังเสมือนเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จในช่วงปิดท้ายปี 2547 ได้อย่างงดงาม

2545-สู่ก้าวใหม่ขายตรงโอกาสและความสำเร็จที่ยั่งยืน

จากก้าวแรกสู่ก้าวที่สองในปี 2545(วันที่ 9 มีนาคม 2545) ที่ถือเป็นก้าวสำคัญก้าวใหม่ของ “บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” กับการเริ่มต้นเข้าสู่ธุรกิจในระบบเครือข่ายขายตรงของประเทศไทยในฐานะ ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ยาน้ำสมุนไพร “โหย่งเหิง” พร้อมๆกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมายผ่านทางสื่อโทรทัศน์ สื่อทางวิทยุและงานแสดงสินค้าต่างๆ อย่างเป็นทางการและเต็มรูปแบบ และแม้ ณ ช่วงเวลานั้นชื่อของ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จะปรากฏขึ้นท่ามกลางคู่แข่งคู่ต่อกรโดยเฉพาะ “ค่ายบิ๊กเนม” ระดับอินเตอร์ที่มีอยู่มากหน้าหลายตาก็ตาม แต่ด้วยกลยุทธและยุทธวิธีที่สามารถครองใจลูกค้าทั้งผ็บริโภครวมถึงผู้นำสมาชิกของ เจริญโอสถฯ ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็ได้สร้างความสำคัญให้ “ผู้มาใหม่” อย่าง “เจริญโอสถ” กลับกลายเป็น “ผู้เล่นหลัก” ที่มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจนี้ได้อย่างน่าจับตามอง สอดรับกับแนวทางการพัฒนาที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งในปีเดียวกันนี้ คือ การขยายสาขาของบริษัทฯ ในจังหวัดต่างๆกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับและฝึกอบรมการทำงานให้กับสมาชิกไว้อย่างพรั่งพร้อม และจากจุดนี้เองจึงถือเป็นช่องทางในการไขว่คว้าโอกาสและความสำเร็จของผู้คนที่เลิศล้ำที่สุด

2543-ปฐมบท “เจริญโอสถฯ” บนเส้นทางที่ไม่เป็นสองรองใคร

ในต้นปี 2543 ปีแห่งการถือกำเนิดของ “บริษัท เจริญโอสถ จำกัด” ในฐานะผู้ผลิตยาน้ำสมุนไพร “โหย่งเหิง” ด้วยจุดมุ่งหมายสำคัญในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อสุขภาพสู่ผู้บริโภคและแม้วันนี้จะผ่านกาลเวลามานานกว่าหนึ่งทศวรรษแล้วแต่ความนิยมของผลิตภัณฑ์ยาน้ำสมุนไพร “โหย่งเหิง” ก็ยังคงไม่เสื่อมคลาย โดยน้ำยาสมุนไพร “โหย่งเหิง” มีต้นกำเนิดมาจากตำรับยาจีนโบราณของหมอยาจีนผู้หนึ่งในสมัยราชวงศ์ฮั่น ผู้ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ “เตียตังเก้ง” หมอยาจีนที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น และเป็นผู้แต่งตำรับยา “ตงก๊กเอียไชฮัก” ซึ่งถือเป็นตำรับยาเก่าแก่อันสูงส่งของจีน จากตำรับยาจีนโบราณ ในทางเดียวกันสูตรยานี้ยังได้รับการปรับปรุงและพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นตำรับยาใหม่ พร้อมๆกับได้รับการยอมรับว่าเป็นตำรับยาอายุวัฒนะที่ยอดเยี่ยมในสมัยนั้น เมื่อคนรุ่นลูกรุ่นหลานนำเอาสูตรยานี้มาปรุงดื่มกันต่อเรื่อยๆ จนทำให้สุขภาพดี แข็งแรง และอายุยืน สรรพคุณของยานี้จึงเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางและแพร่หลายมากขึ้น จากนั้นสูตรยาดังกล่าวก็ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และหนึ่งในผู้ที่ได้รับการตกทอดสูตรยาดังกล่าวในประเทศไทย คือ “บริษัท เจริญโอสถ จำกัด” ภายใต้การบริหารงานของ “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ประธานกรรมการบริษัทฯ ซึ่งรู้แจ้งเห็นจริงถึงสรรพคุณอันอเนกอนันต์ของสูตรยาจีนดังกล่าวนี้ จึงเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะเผยแพร่สูตรยาจีนอย่างจริงจังด้วยความมุ่งมาดปรารถนาให้ผู้อื่นได้มีสุขภาพที่ดีโดยทั่วกัน โดยเอาสูตรยาเก่าแก่นี้มาปรุงขึ้นใหม่ภายใต้กรรมวิธีที่สะอาดและถูกต้องตามมาตรฐานการผลิต ที่คณะกรรมการอาหารและยากระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ จนในที่สุด ยาน้ำสมุนไพร “โหยงเหิง” จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนโบราณ เลขทะเบียนยา ที่ G244/43 และที่สำคัญกว่านั้นยังมีโรงงานผลิตที่มีมาตรฐานระดับสากลเป็นของตนเองอีกด้วย